แอ่วเหนือตอนที่ 3*
posted on 29 Dec 2006 18:23 by sandwichการเดินทางยังไม่จบ .. กลับมาต่อกันในตอนที่ 3 หลังจากทิ้งท้าย
เมื่อตอนที่แล้ว ในการเดินทางสู่แม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยเราเกิดปัญหา
นิดหน่อย ส่วนปัญหาอะไรนั้น ไปชมภาพกันครับ

ตอนที่แล้วหลังจากที่พวกเราเดินทางลงจากห้วยน้ำดัง
ก็ออกเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป นั้นก็คือ แม่ตะมาน สันป่าเกี๊ย

เส้นทางจากปากทาง ไปสู่ที่พักเป็นระยะทางประมาณ 22 กิโล
ระหว่างที่พวกเราเดินทางขึ้นไปนั้น ก็จะมีรถจำพวก four wheel
ขับสวนออกมาเป็นระยะ ๆ บางคัน ก็เปิดกระจกทักทาย ...

ระหว่างทางก็เปิดดูแผนที่ ก็นั่งสงสัยว่าทำไมระยะทางสั้น ๆ
มันต้องใช้เวลาราว 2 เลยเชียวหรือ แต่พอได้เห็นเส้นทางแล้ว
เพิ่งประจักถึงคำตอบที่กำลังสงสัย

ขับมาได้สักพัก ก็จอดรอขันหลัง ๆ ที่กำลังคลายตามมา
เออ.. ลืมบอกว่า ขึ้นได้แค่สองคัน รถเก๋งขึ้นมาไม่ได้
ต้องจอดไว้ในวัดแถว ๆ นั้น

ระหว่างทางก็ใช้ โมบายคุยกัน "ไหวไม๊ ๆ ค๊อก!!"
"ไหว ๆ นำไปเลย ๆ ค๊อก!!" น้าก็ขับรถไปเป็นเนวิเกเตอร์
บรรยายเส้นทางให้คันหลังไป

เส้นทางสุดแสนจะทรมาร เพราะทุกวินาทีในสิ้นทางแห่งนี้
คุณรู้สึกเหมือนลำไส้ของคุณกำลังถูกเขย่าให้มากองรวมกัน

นั่งโยกเยกไปมา เจอทางเรียบบ้าง เจอหลุมบ้าง
มันเป็นทางมหัศจรรย์ มาก ๆ

ระหว่างทางเราก็ได้พบกับหมู่บ้าน ๆ นึง ทุกคนต่างอุทานเป็นคำเดียวกัน
"โอโห้" แล้วก็เกิดบทสนทนาว่า ใครน่ะชั่งสารรหาที่อยู่ มาอยู่ซะในหลืบ
หุบเขาแบบนี้

มาถึงช่วงนี้ รถเราทั้งสองคันขาดการติดต่อ คงเป็นเพราะ
รถอีกคนอาจจะกำลังวิ่งอยู่ในหุบเขาไหนสักลูกหนึ่ง

นั่งไปพลางคิดในใจ ว่าเมื่อไหร่จะถึงสักที ไม่เคยมีประวัติการเมารถ
แต่นี้อาจจะเป็นเส้นแรกก็ได้ ว่าแล้วก็หยิบถุงมะขามรถชาติจี๊ด ๆ มากิน



ด่านป่าไม้

แล้วก็ถึงที่หมาย ศูนย์วิจัย คณะเกษตรของ ม.ช.
ที่นี้จะมีจุดกลางเต้นสำหรับนักท่องเที่ยว

บรรยากาศด้านบนเงียบมาก สักพักก็มีเจ้าหน้าที่หน้าตาเป็นมิตร
เดินมาเปิดประตูให้"ตามสบายเลยนะครับ" พวกเราก็รีบเดิน
สำรวจว่าคืนนี้เราจะกลางเต้นท์จุดไหนดี

ในระหว่างนั้น พี่มดก็หาสัญญาณเพื่อติดต่อกับรถคันที่สอง
และแล้ว เราก็ได้รับข่าวร้ายว่า "ขึ้นไปไม่ได้ ติดท้องรถค๊อก!!"
"เข็นสองรอบแล่ว ค๊อก!!" "ไปที่อื่นเห่อะค๊อก!!"

พอได้ยินแบบนั้นแล้วเซงเลย เพราะว่าถ้ารถคันที่สองขึ้นมาไม่ได้
คืนนี้เราก็ค้างที่นี้กันไม่ได้ เพราะว่าอุปกรณ์พักแรม และอาหาร
อยู่ในรถคันที่สองหมด ทุกคนก็เลยต้องจำใจเก็บสัมภาระขึ้นรถ

บอกได้คำเดียวว่า เสียดายมาก ที่คืนนี้เราไม่ได้นอนค้างกันที่นี่
ทำไมนะเหรอคับ ดูสามรูปนี้นะครับ เอามาจากเว็บบอร์ดในพันทิพย์
จะดีแค่ไหนถ้าได้ถ่ายภาพยอดดอยหลวงเชียงดาวลอยอยู่บน
หมอกหนาราวกับเกาะกลางทะเล

จะดีแค่ไหน แค่โผล่หัวออกจากเต้นก็เห็นทะเลหมอกราวกับนอน
อยู่บนก้อนเมฆ

จะดีแค่ไหนถ้าเราได้ค้างในคืนนั้น TwT
(ภาพโดยคุณ asujikung)

ระหว่างที่ทุกคนกำลังเก็บสัมภาระขึ้นรถ แซนด์ก็ใช้เวลาอันน้อยนิด
วิ่งตะเวรเก็บภาพบรรยากาด้านบนมาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

ที่นี่มีดอกไม้เยอะมากแต่ต้องเดินไปอีกนิด เลยไม่ได้ถ่ายมา
ด้านบนมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงกลางเต้นอยู่ เห็นแล้วน่าอิจฉามาก ๆ

ไม่รู้จะบรรยายยังไง เพราะด้านบนไม่มีคนพลุกพล่าน
เหมาะแกการพักผ่อน แบบเงียบ ๆ สบาย ๆ



ถ้ามีโอกาศ ลองมาสักครั้ง แล้วคุณจะร้องว๊าวว !!

เมื่อเก็บของเสร็จ ก็จำใจต้องลาขับรถไปดูรถอีกคันนึง
กำลังนั่งคุยกับน้า แต่แล้วววววว !!ระหว่างทางน้าเยียบเบรค
วืดดดดดด !! พลางกับรีบสาวพวกมาลัย เกือบหลุดโค้งลงเหว

ตื่นเต้นสุด ๆ อารมณ์นั้น ได้แต่นั่งชื่นชมที่น้ามีสติ
ดีไม่เหยียบเบรควืดด ตกใจแล้วเค้างพวงมาลัยดิ่งลงพื้น

"เบรคมีปัญหาหว่ะ ค๊อก!!" !#%^*^^%$%*$

หน้าซีดกันทั้งรถ ก๊ากๆ จากนั้นก็ใส่เกียร์สโลวลง


รถอีกคันติดอยู่ตรงหมู่บ้าน พอเจอกันเสร็จก็ขับลงมา

แล้วก็ไปหาร้านซ่อมรถ



แล้วก็สังข้าวจากร้านอาหารข้างอู่ซ่อมรถมากินกัน

ที่ร้านก็ไม่นั่งนะ ต้องลำบากให้เค้ายกมาให้ที่อู่
เค้าก็บริการอย่างดี
พอรถซ่อมเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทางหาที่กางเต้นท์ที่ใหม่
สำหรับคืนนี้ ซึ่งเป้าหมายต่อไปคือ ดอยอ่างข่าง
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
:: Post Script ::
จะอั๊พนานละ แต่เพิ่งมีเวลา
เพิ่งได้รูปด้วยแหละ ฟอแมทคอมใหม่
วันนี้วันเกิดอา ไปร้านละ
SOS - Rihanna
พี่แอ่วเหนือเมื่อหลายปีก่อน ก็เกือบตกเหวเหมือนกันค่ะ
ซ้ายเป็นหน้าผา ขวาเป็นหุบเหว
ถนนก็เล็ก ๆ วน ๆ รอบเขา องศาก็แคบนิดเดียว แต่ดันมีรถสวนทางลงมาจากบนเขาซะงั้น
หลบกันให้วุ่นวาย ถอยๆๆๆ จนเกือบตกเหวหง่ะ
นึกถึงแล้ว ยังสยองอยู่เลยค่ะ
เสียดายเนอะที่น้องแซนด์ไม่ได้นอนค้างบนดอย
ไม่ง้านคงได้ช็อตประทับใจกลับมาอีกเพียบแน่ ๆ
#1 By ตา-กลม on 2006-12-29 20:43